ALL
NEWS
BLOG
EVENT

สถาปนิก..กับ “ภาษา”
May 16,2016


สถาปนิก..กับ “ภาษา”

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องพื้นๆ แต่ไม่วายจะต้องขอพูดถึงจนได้สิน่า

สถาปนิกส่วนหนึ่งหรืออาจจะส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำ อาจมีปัญหาในการ “อ่าน” และ “เขียน” ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ

ในเรื่องของภาษาไทยนี่บางทีเป็นเรื่องพื้นๆ เป็นเรื่องศัพท์เทคนิค ซึ่งใช้กันบ่อยๆ เสียด้วยซ้ำ ก็ยังเขียนผิดกันจนได้ เช่น คำว่า “ขออนุญาติ” (แปลว่าญาติพี่น้องน้อยๆ) แทนที่จะเป็น “ขออนุญาต” หรือ คำว่า “แสตนเลส” แทนที่จะเป็น “สเตนเลส” (Stainless) 

ก็อยากจะขอให้ท่านสถาปนิกทั้งใหม่และเก่าทั้งหลายได้โปรดระมัดระวังกันไว้บ้าง หมั่นตรวจตราข้อความในแบบต่างๆ ให้เป็นนิสัย ฝึกฝนน้องๆ ที่ช่วยงานให้เขียนให้ถูกต้องด้วยก็จะดี

สำหรับในส่วนของภาษาต่างประเทศนั้น เนื่องจากในยุคปัจจุบันประเทศไทยเรากำลังเข้าสู่ตลาดเสรี หรือแม้ยังไม่เข้าสู่ตลาดเสรี ก็เริ่มมีลูกค้าชาวต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ซึ่งภาษาที่มักใช้เป็นสื่อกลางกันก็คือภาษาอังกฤษ ซึ่งหากสถาปนิกท่านใดยังไม่ “แข็งแรง” กับภาษาอังกฤษ ก็อยากแนะนำให้ขวนขวายเพิ่มเติมความรู้ในภาษาอังกฤษ ทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน และถ้าจะให้ยิ่ง “เจ๋ง” ก็ควรฝึกฝนจน “คิด” ได้เป็นภาษาอังกฤษ จะได้ตอบโต้กับลูกค้าต่างชาติได้แบบทันควันทันเกม (เรื่องการฝึกจนคิดเป็นภาษาอังกฤษได้นี่ ได้รับฟังแนวคิดมาจากท่าน ดร.ชัยอนันต์ สมุทวาณิช ในฐานะผู้บังคับการโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โดยท่านดำริจะเปิดสอนชั้นเรียนพิเศษเป็นแบบ Bilingual และฝึกให้นักเรียนคิดจนเป็นภาษาอังกฤษได้เลย เหมือนกับโรงเรียนมาโคบาฯ ในประเทศมาเลเซีย)

นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว หากใครมีความสามารถด้านภาษาอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น หรือภาษาจีนกลาง ก็จะยิ่งเป็นการเสริม “จุดขาย” ให้กับตัวท่านสถาปนิกมากยิ่งขึ้นไปอีกครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าชาวญี่ปุ่นหรือชาวจีนนี้ หากได้สถาปนิกที่พูดจาภาษาของเขาได้เขาจะ “ติดอกติดใจ” พูดคุยกันได้สนิทปาก การงานจะราบรื่นขึ้นเป็นที่สุดทีเดียวแหละครับ

ผมมีความเห็นว่า สถาปนิกทั้งหลายควรจะฝึกปรือ “การใช้ภาษา” ให้แตกฉานและหากมีโอกาสศึกษาภาษาต่างประเทศอื่นๆ ให้กว้างขวางเข้าไว้ก็จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

 

สถาปนิก..กับ “ภาษา”
May 16,2016

สถาปนิก..กับ “ภาษา”

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องพื้นๆ แต่ไม่วายจะต้องขอพูดถึงจนได้สิน่า

สถาปนิกส่วนหนึ่งหรืออาจจะส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำ อาจมีปัญหาในการ “อ่าน” และ “เขียน” ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ

ในเรื่องของภาษาไทยนี่บางทีเป็นเรื่องพื้นๆ เป็นเรื่องศัพท์เทคนิค ซึ่งใช้กันบ่อยๆ เสียด้วยซ้ำ ก็ยังเขียนผิดกันจนได้ เช่น คำว่า “ขออนุญาติ” (แปลว่าญาติพี่น้องน้อยๆ) แทนที่จะเป็น “ขออนุญาต” หรือ คำว่า “แสตนเลส” แทนที่จะเป็น “สเตนเลส” (Stainless) 

ก็อยากจะขอให้ท่านสถาปนิกทั้งใหม่และเก่าทั้งหลายได้โปรดระมัดระวังกันไว้บ้าง หมั่นตรวจตราข้อความในแบบต่างๆ ให้เป็นนิสัย ฝึกฝนน้องๆ ที่ช่วยงานให้เขียนให้ถูกต้องด้วยก็จะดี

สำหรับในส่วนของภาษาต่างประเทศนั้น เนื่องจากในยุคปัจจุบันประเทศไทยเรากำลังเข้าสู่ตลาดเสรี หรือแม้ยังไม่เข้าสู่ตลาดเสรี ก็เริ่มมีลูกค้าชาวต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ซึ่งภาษาที่มักใช้เป็นสื่อกลางกันก็คือภาษาอังกฤษ ซึ่งหากสถาปนิกท่านใดยังไม่ “แข็งแรง” กับภาษาอังกฤษ ก็อยากแนะนำให้ขวนขวายเพิ่มเติมความรู้ในภาษาอังกฤษ ทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน และถ้าจะให้ยิ่ง “เจ๋ง” ก็ควรฝึกฝนจน “คิด” ได้เป็นภาษาอังกฤษ จะได้ตอบโต้กับลูกค้าต่างชาติได้แบบทันควันทันเกม (เรื่องการฝึกจนคิดเป็นภาษาอังกฤษได้นี่ ได้รับฟังแนวคิดมาจากท่าน ดร.ชัยอนันต์ สมุทวาณิช ในฐานะผู้บังคับการโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โดยท่านดำริจะเปิดสอนชั้นเรียนพิเศษเป็นแบบ Bilingual และฝึกให้นักเรียนคิดจนเป็นภาษาอังกฤษได้เลย เหมือนกับโรงเรียนมาโคบาฯ ในประเทศมาเลเซีย)

นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว หากใครมีความสามารถด้านภาษาอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น หรือภาษาจีนกลาง ก็จะยิ่งเป็นการเสริม “จุดขาย” ให้กับตัวท่านสถาปนิกมากยิ่งขึ้นไปอีกครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าชาวญี่ปุ่นหรือชาวจีนนี้ หากได้สถาปนิกที่พูดจาภาษาของเขาได้เขาจะ “ติดอกติดใจ” พูดคุยกันได้สนิทปาก การงานจะราบรื่นขึ้นเป็นที่สุดทีเดียวแหละครับ

ผมมีความเห็นว่า สถาปนิกทั้งหลายควรจะฝึกปรือ “การใช้ภาษา” ให้แตกฉานและหากมีโอกาสศึกษาภาษาต่างประเทศอื่นๆ ให้กว้างขวางเข้าไว้ก็จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ