ALL
NEWS
BLOG
EVENT

สถาปนิก..กับ เรื่องพูดไม่รู้ความ
Jun 24,2016


เราลองมาฟังบทสนทนาสัก 2 บท ระหว่างสถาปนิก 2 คนนะครับ

บทสนทนาที่ 1

สถาปนิก A: น้อง B ครับ คุณร่ำรวย-เจ้าของโครงการ C เขาโทรมาถามว่าผู้รับเหมาที่หน้า Site ได้แก้ไขงานตามที่ประชุมเมื่อวันก่อนแล้วหรือยังครับ คุณร่ำรวยรอสายอยู่

สถาปนิก B: อ๋อ..หลังจากประชุม ผมก็ทำ Shop Drawing ส่งไปที่ Site เรียบร้อยแล้วครับ (แล้วก็หันกลับไปทำงานต่อ)

สถาปนิก A: (งงๆ)…เอ่อ..เหรอ แล้วงานที่ว่า ทางผู้รับเหมาแก้ไขไปถึงไหนแล้วล่ะ

สถาปนิก B: ผู้รับเหมาเขามี Fax มาถามรายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากได้รับ Shop Drawing แล้วครับ

สถาปนิก A: (ชักหงุดหงิด เพราะลูกค้ารอสายอยู่)…แล้วสรุปว่าผู้รับเหมาเขาแก้ไขตามแบบไปแล้วหรือยังฟะ !!!

สถาปนิก B: คิดว่าน่าจะแก้เรียบร้อยแล้วนะครับ

สถาปนิก A: (ชักหงุดหงิดหนัก)…แล้วไอ้ที่ “คิดว่า” น่ะ ตกลงจริงๆ แล้วรู้ไหมว่าเขาแก้ไขหรือยังโว้ย!!!

สถาปนิก B: งั้นเดี๋ยวผมโทรไปถามให้นะครับ

สถาปนิก A: สรุปว่าไม่รู้ใช่ไหม !!! จะได้บอกลูกค้าเขาไปว่าจะตรวจสอบให้อีกที เขาจะได้ไม่ต้องรอสายนาน….เฮ้อ

บทสนทนาที่ 2

สถาปนิก A: เฮ้ย..B หิวข้าวหรือยัง พี่ว่าจะไปทานข้าวหมกไก่ปากซอย จะไปด้วยกันเลยไหม?

สถาปนิก B: อ๋อ..ผมเพิ่งทานข้าวเช้ามาเพื่อตอนสายๆ นี่เอง

สถาปนิก A: แล้วสรุปว่าหิวหรือยัง จะไปทานด้วยกันไหม?

สถาปนิก B: ก็หิวนิดหน่อยครับ…..

สถาปนิก A: แล้วตกลงจะไปทานด้วยกันไหม?

สถาปนิก B: ไปครับพี่

…..

เป็นเรื่องแปลกแต่จริงนะครับ ที่ผมพบสถาปนิกหลายท่านมีอาการเหมือนสถาปนิก B คือ “ตอบไม่ตรงคำถาม” ก็งงอยู่ว่าอาการเช่นนี้เป็นเพราะอะไร ซึ่งหากท่านลองดูบทสนทนาข้างต้นอีกทีจะเห็นว่าสถาปนิก B สามารถย่นระยะเวลาให้น้อยลงและลดความหงุดหงิดของสถาปนิก A ไปได้มาก หากในบทสนทนาที่ 1 สถาปนิก B จะตอบสถาปนิก A ในประโยคแรกเลยว่า “ไม่ทราบครับ” หรือในบทสนทนาที่ 2 ก็ตอบเลยว่า “ไปครับ”

เช่นนี้ก็จะทำให้การสื่อสาร “ตรงประเด็น” ลดความ “สับสน” กันไปได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นในเรื่องของการประชุมหรือการสั่งการต่างๆ ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา หรือคนที่อยู่ใกล้ชิด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง “สื่อสาร” ด้วยความ “ชัดเจน” และ “ตรงประเด็น” ซึ่งโดยส่วนตัวผมเองมีความเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญมากครับทั้งในแง่ความชัดเจนในการทำงานและการบริหารเวลา

ท่านสถาปนิกอาจลองสังเกตตนเองหรือลองถามคนใกล้ชิดว่าท่านเป็นอย่างสถาปนิก B หรือไม่ เพื่อว่าหากเป็นอย่างสถาปนิก B จะได้ปรับปรุงตัวเองกันต่อไปนะครับ ซึ่งอันที่จริงหากเป็นการสนทนาในบางเรื่องที่ไม่ได้ซีเรียสอะไรจะ “ปล่อยวาง” เสีย ไม่สนใจว่าจะตอบตรงคำถามหรือไม่ก็คงจะได้ เพราะบางเรื่องไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร เพียงแต่ผมเป็นห่วงว่าปล่อยปละละเลยมากๆ เข้าก็จะกลายเป็นนิสัยติดตัวไปได้ครับ ระวังกันไว้ได้บ้างก็ดีครับ

เอ..หรือว่าเหตุมันมาจากคนถามถามไม่ตรงคำตอบหว่า?

 

สถาปนิก..กับ เรื่องพูดไม่รู้ความ
Jun 24,2016

เราลองมาฟังบทสนทนาสัก 2 บท ระหว่างสถาปนิก 2 คนนะครับ

บทสนทนาที่ 1

สถาปนิก A: น้อง B ครับ คุณร่ำรวย-เจ้าของโครงการ C เขาโทรมาถามว่าผู้รับเหมาที่หน้า Site ได้แก้ไขงานตามที่ประชุมเมื่อวันก่อนแล้วหรือยังครับ คุณร่ำรวยรอสายอยู่

สถาปนิก B: อ๋อ..หลังจากประชุม ผมก็ทำ Shop Drawing ส่งไปที่ Site เรียบร้อยแล้วครับ (แล้วก็หันกลับไปทำงานต่อ)

สถาปนิก A: (งงๆ)…เอ่อ..เหรอ แล้วงานที่ว่า ทางผู้รับเหมาแก้ไขไปถึงไหนแล้วล่ะ

สถาปนิก B: ผู้รับเหมาเขามี Fax มาถามรายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากได้รับ Shop Drawing แล้วครับ

สถาปนิก A: (ชักหงุดหงิด เพราะลูกค้ารอสายอยู่)…แล้วสรุปว่าผู้รับเหมาเขาแก้ไขตามแบบไปแล้วหรือยังฟะ !!!

สถาปนิก B: คิดว่าน่าจะแก้เรียบร้อยแล้วนะครับ

สถาปนิก A: (ชักหงุดหงิดหนัก)…แล้วไอ้ที่ “คิดว่า” น่ะ ตกลงจริงๆ แล้วรู้ไหมว่าเขาแก้ไขหรือยังโว้ย!!!

สถาปนิก B: งั้นเดี๋ยวผมโทรไปถามให้นะครับ

สถาปนิก A: สรุปว่าไม่รู้ใช่ไหม !!! จะได้บอกลูกค้าเขาไปว่าจะตรวจสอบให้อีกที เขาจะได้ไม่ต้องรอสายนาน….เฮ้อ

บทสนทนาที่ 2

สถาปนิก A: เฮ้ย..B หิวข้าวหรือยัง พี่ว่าจะไปทานข้าวหมกไก่ปากซอย จะไปด้วยกันเลยไหม?

สถาปนิก B: อ๋อ..ผมเพิ่งทานข้าวเช้ามาเพื่อตอนสายๆ นี่เอง

สถาปนิก A: แล้วสรุปว่าหิวหรือยัง จะไปทานด้วยกันไหม?

สถาปนิก B: ก็หิวนิดหน่อยครับ…..

สถาปนิก A: แล้วตกลงจะไปทานด้วยกันไหม?

สถาปนิก B: ไปครับพี่

…..

เป็นเรื่องแปลกแต่จริงนะครับ ที่ผมพบสถาปนิกหลายท่านมีอาการเหมือนสถาปนิก B คือ “ตอบไม่ตรงคำถาม” ก็งงอยู่ว่าอาการเช่นนี้เป็นเพราะอะไร ซึ่งหากท่านลองดูบทสนทนาข้างต้นอีกทีจะเห็นว่าสถาปนิก B สามารถย่นระยะเวลาให้น้อยลงและลดความหงุดหงิดของสถาปนิก A ไปได้มาก หากในบทสนทนาที่ 1 สถาปนิก B จะตอบสถาปนิก A ในประโยคแรกเลยว่า “ไม่ทราบครับ” หรือในบทสนทนาที่ 2 ก็ตอบเลยว่า “ไปครับ”

เช่นนี้ก็จะทำให้การสื่อสาร “ตรงประเด็น” ลดความ “สับสน” กันไปได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นในเรื่องของการประชุมหรือการสั่งการต่างๆ ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา หรือคนที่อยู่ใกล้ชิด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง “สื่อสาร” ด้วยความ “ชัดเจน” และ “ตรงประเด็น” ซึ่งโดยส่วนตัวผมเองมีความเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญมากครับทั้งในแง่ความชัดเจนในการทำงานและการบริหารเวลา

ท่านสถาปนิกอาจลองสังเกตตนเองหรือลองถามคนใกล้ชิดว่าท่านเป็นอย่างสถาปนิก B หรือไม่ เพื่อว่าหากเป็นอย่างสถาปนิก B จะได้ปรับปรุงตัวเองกันต่อไปนะครับ ซึ่งอันที่จริงหากเป็นการสนทนาในบางเรื่องที่ไม่ได้ซีเรียสอะไรจะ “ปล่อยวาง” เสีย ไม่สนใจว่าจะตอบตรงคำถามหรือไม่ก็คงจะได้ เพราะบางเรื่องไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร เพียงแต่ผมเป็นห่วงว่าปล่อยปละละเลยมากๆ เข้าก็จะกลายเป็นนิสัยติดตัวไปได้ครับ ระวังกันไว้ได้บ้างก็ดีครับ

เอ..หรือว่าเหตุมันมาจากคนถามถามไม่ตรงคำตอบหว่า?