ALL
NEWS
BLOG
EVENT

สถาปนิก..กับ การสัมมนาหรืออบรมเพื่อเสริมความรู้แล
Aug 08,2016


พักนี้ ผมเห็นมีข่าวคราวเกี่ยวกับการสัมมนาที่น่าสนใจซึ่งจัดโดยสถาบันต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาคมสถาปนิกสยามฯ ซึ่งผมดูแล้วหัวข้อที่จัดแต่ละครั้งล้วนน่าสนใจ ซึ่งผมก็ได้แนะนำและเคี่ยวเข็ญให้น้องๆ ที่อยู่ใกล้ชิดไปติดตามเข้าร่วมการสัมมนาอยู่เสมอๆ

มีน้องๆ บางคนได้มาเปรยว่า ไม่ค่อยอยากไปสัมมนาหรืออบรมเท่าไร เพราะรู้สึก “ได้” ไม่ค่อยคุ้มค่าสมัคร เช่น ในบางครั้งบางเวลาไปฟังบรรยายแล้วรู้สึกว่าท่านวิทยากรบรรยายได้ผิวเผินเหลือเกินทั้งที่เรื่องที่ท่านบรรยายนั้นน่าสนใจแต่ติดขัดในเรื่องของเวลา จึงไม่สามารถเจาะลึกได้ ก็เลยชักจะไม่อยากไปฟัง

ผมจึงได้ให้ข้อคิดเห็นกับน้องที่มาคุยด้วยว่า การไปฟังการบรรยายที่ไม่ใช่การสอนเป็น Course ระยะสั้นที่ขนาดว่าจะต้องมีใบประกาศณียบัตรนั้น หรือเป็นการ “เรียน” แบบเป็นเรื่องเป็นราวนั้น ผมมีความเห็นว่าควรมีเป้าหมายในการจะเข้าฟังเพื่อ “จะได้รู้ว่าเรารู้อะไรแล้วบ้าง และจะได้รู้ว่าเราไม่รู้อะไรอีกบ้าง” เพื่อที่เราจะได้ “หาทางขยายความข้างเคียงต่อในเรื่องที่เรารู้แล้ว และขวนขวายหาความรู้ต่อไปอีกในเรื่องที่เรายังไม่รู้” เพราะในเวลาอันสั้นๆ แค่ 1-2 ชั่วโมงนั้นคงยากที่จะให้ท่านวิทยากรได้เรียบเรียงองค์ความรู้ทั้งหมดประดามี ซึ่งท่านก็คงอยากจะถ่ายทอดให้ผู้ฟังได้รับไปจนครบถ้วนได้หมด (คงไม่สามารถถ่ายข้อมูลให้เหมือน copy ไฟล์ในคอมพิวเตอร์หรอกครับ) ดังนั้นท่านที่เข้าฟังการบรรยายจะต้องเป็นผู้ที่มีความเพียรที่จะต่อยอดความรู้นั้นๆ ด้วยตัวท่านเองด้วย จึงจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง

โดยส่วนตัวผมนั้น หากผมมีเวลาผมจะหาโอกาสไปร่วมฟังการบรรยายเหล่านี้เสมอ แม้จะบางทีจะเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าผมรู้อยู่ (บ้าง) แล้วก็ตาม หรือกระทั่งไปฟังแล้วก็ยิ่งแน่แก่ใจว่าเป็นเรื่องที่เรารู้แล้วจริง หรือบางครั้งก็รู้มากกว่าที่ได้ฟังในการบรรยายไปแล้ว (ไม่ได้หมายความว่ารู้มากกว่าวิทยากรนะครับ เพราะท่านวิทยากรคงไม่สามารถบรรยายได้หมดอย่างที่ว่ามาแล้ว) แต่ก็มิเคยได้คิดว่าเป็นการเสียเวลาแต่อย่างใด เพราะการเข้าฟังสัมมนาหรือการบรรยายแต่ละครั้ง เท่ากับเป็นการ “ย้ำ” องค์ความรู้ที่เรามี หรือในบางครั้งก็จะได้มีโอกาสได้ฟังมุมมองที่ต่างออกไปบ้างไม่มากก็น้อย

ผมมีความเห็นว่าท่านสถาปนิกทั้งหลาย (โดยเฉพาะสถาปนิกที่ขี้เกียจอ่านหนังสืออย่างผม) ควรหาโอกาสไปฟังการบรรยายทางวิชาการและวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการ “ลับคม” และ “ติดอาวุธ” ในการประกอบวิชาชีพให้กับตัวท่านเองอย่างต่อเนื่องนะครับ

นี่ก็แว่วๆ มาว่าในระยะเวลาอันใกล้ ทางสภาสถาปนิกอาจจะมีการออกเป็นข้อบังคับหรือกติกาอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดให้สถาปนิกจะต้องมีการเพิ่มเติมความรู้อย่างต่อเนื่อง โดยการเข้าอบรมสัมมนาเพิ่มพูนความรู้ในจำนวนชั่วโมงหรือหน่วยกิตที่กำหนด เพื่อใช้ประกอบการยื่น ”ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ” ซึ่งผมก็เห็นว่าก็เป็นแนวทางที่ดีที่จะช่วยให้สถาปนิกกระตือรือร้นในการพัฒนาองค์ความรู้ของสถาปนิกเอง ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ทั้งกับตัวสถาปนิกและสังคมครับ

 

โดย...อนุชา ตั้งศรีวิริยะกุล สสถ.1327  

สถาปนิก..กับ การสัมมนาหรืออบรมเพื่อเสริมความรู้แล
Aug 08,2016

พักนี้ ผมเห็นมีข่าวคราวเกี่ยวกับการสัมมนาที่น่าสนใจซึ่งจัดโดยสถาบันต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาคมสถาปนิกสยามฯ ซึ่งผมดูแล้วหัวข้อที่จัดแต่ละครั้งล้วนน่าสนใจ ซึ่งผมก็ได้แนะนำและเคี่ยวเข็ญให้น้องๆ ที่อยู่ใกล้ชิดไปติดตามเข้าร่วมการสัมมนาอยู่เสมอๆ

มีน้องๆ บางคนได้มาเปรยว่า ไม่ค่อยอยากไปสัมมนาหรืออบรมเท่าไร เพราะรู้สึก “ได้” ไม่ค่อยคุ้มค่าสมัคร เช่น ในบางครั้งบางเวลาไปฟังบรรยายแล้วรู้สึกว่าท่านวิทยากรบรรยายได้ผิวเผินเหลือเกินทั้งที่เรื่องที่ท่านบรรยายนั้นน่าสนใจแต่ติดขัดในเรื่องของเวลา จึงไม่สามารถเจาะลึกได้ ก็เลยชักจะไม่อยากไปฟัง

ผมจึงได้ให้ข้อคิดเห็นกับน้องที่มาคุยด้วยว่า การไปฟังการบรรยายที่ไม่ใช่การสอนเป็น Course ระยะสั้นที่ขนาดว่าจะต้องมีใบประกาศณียบัตรนั้น หรือเป็นการ “เรียน” แบบเป็นเรื่องเป็นราวนั้น ผมมีความเห็นว่าควรมีเป้าหมายในการจะเข้าฟังเพื่อ “จะได้รู้ว่าเรารู้อะไรแล้วบ้าง และจะได้รู้ว่าเราไม่รู้อะไรอีกบ้าง” เพื่อที่เราจะได้ “หาทางขยายความข้างเคียงต่อในเรื่องที่เรารู้แล้ว และขวนขวายหาความรู้ต่อไปอีกในเรื่องที่เรายังไม่รู้” เพราะในเวลาอันสั้นๆ แค่ 1-2 ชั่วโมงนั้นคงยากที่จะให้ท่านวิทยากรได้เรียบเรียงองค์ความรู้ทั้งหมดประดามี ซึ่งท่านก็คงอยากจะถ่ายทอดให้ผู้ฟังได้รับไปจนครบถ้วนได้หมด (คงไม่สามารถถ่ายข้อมูลให้เหมือน copy ไฟล์ในคอมพิวเตอร์หรอกครับ) ดังนั้นท่านที่เข้าฟังการบรรยายจะต้องเป็นผู้ที่มีความเพียรที่จะต่อยอดความรู้นั้นๆ ด้วยตัวท่านเองด้วย จึงจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง

โดยส่วนตัวผมนั้น หากผมมีเวลาผมจะหาโอกาสไปร่วมฟังการบรรยายเหล่านี้เสมอ แม้จะบางทีจะเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าผมรู้อยู่ (บ้าง) แล้วก็ตาม หรือกระทั่งไปฟังแล้วก็ยิ่งแน่แก่ใจว่าเป็นเรื่องที่เรารู้แล้วจริง หรือบางครั้งก็รู้มากกว่าที่ได้ฟังในการบรรยายไปแล้ว (ไม่ได้หมายความว่ารู้มากกว่าวิทยากรนะครับ เพราะท่านวิทยากรคงไม่สามารถบรรยายได้หมดอย่างที่ว่ามาแล้ว) แต่ก็มิเคยได้คิดว่าเป็นการเสียเวลาแต่อย่างใด เพราะการเข้าฟังสัมมนาหรือการบรรยายแต่ละครั้ง เท่ากับเป็นการ “ย้ำ” องค์ความรู้ที่เรามี หรือในบางครั้งก็จะได้มีโอกาสได้ฟังมุมมองที่ต่างออกไปบ้างไม่มากก็น้อย

ผมมีความเห็นว่าท่านสถาปนิกทั้งหลาย (โดยเฉพาะสถาปนิกที่ขี้เกียจอ่านหนังสืออย่างผม) ควรหาโอกาสไปฟังการบรรยายทางวิชาการและวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการ “ลับคม” และ “ติดอาวุธ” ในการประกอบวิชาชีพให้กับตัวท่านเองอย่างต่อเนื่องนะครับ

นี่ก็แว่วๆ มาว่าในระยะเวลาอันใกล้ ทางสภาสถาปนิกอาจจะมีการออกเป็นข้อบังคับหรือกติกาอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดให้สถาปนิกจะต้องมีการเพิ่มเติมความรู้อย่างต่อเนื่อง โดยการเข้าอบรมสัมมนาเพิ่มพูนความรู้ในจำนวนชั่วโมงหรือหน่วยกิตที่กำหนด เพื่อใช้ประกอบการยื่น ”ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ” ซึ่งผมก็เห็นว่าก็เป็นแนวทางที่ดีที่จะช่วยให้สถาปนิกกระตือรือร้นในการพัฒนาองค์ความรู้ของสถาปนิกเอง ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ทั้งกับตัวสถาปนิกและสังคมครับ

 

โดย...อนุชา ตั้งศรีวิริยะกุล สสถ.1327