ALL
NEWS
BLOG
EVENT

สถาปนิก..กับ สัดส่วนของเจ้าของบ้าน
Jun 21,2018


อ้าว..อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดเป็นอื่นนะครับว่านายอนุชาเปี๊ยนไป๋

เอาเรื่องอะไรมาพูดซะแหล่ว !! “สัดส่วนของเจ้าของบ้าน” ที่ผมกำลังจะพูดถึงก็คือ Human Scale ของเจ้าของบ้านน่ะครับ

ปัจจุบันต้องยอมรับอย่างว่า “มนุษย์” เรามีรูปร่างที่เปลี่ยนไปจริงๆ ครับ ไม่เฉพาะคนไทย แต่รวมถึงประชากรทั้งโลก เพราะเมื่อสักประมาณสองปีก่อนผมได้ฟังข่าวจากทางวิทยุว่าวงการแฟชั่นหรือวงการเสื้อผ้าของโลกเขากำลังทำวิจัยขนาดเสื้อผ้ากันใหม่หมดสำหรับยุค 2000 เพราะรูปร่างสัดส่วนของคนเราเปลี่ยนไป

สถาปนิกบางท่านอาจลืมเลือนไปแล้วว่าสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะงานบ้านนั้น มีความสัมพันธ์กับสัดส่วนของเจ้าของบ้านเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหากสถาปนิกไปยึดเอาสัดส่วนมาตรฐานหรือแม้กระทั่งสัดส่วนของสถาปนิกเองเป็นเกณฑ์ในการกำหนดขนาดสัดส่วนต่างๆ ของบ้าน ก็อาจมีผลทำให้เจ้าของบ้าน “รู้สึก” ไม่สะดวกสบายได้

ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ความสูงของเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า สมมติว่าเราใช้ความสูงมาตรฐานประมาณ 80 ซม. เป็นเกณฑ์ก็อาจจะเหมาะกับเจ้าของบ้านที่มีความสูงเฉลี่ยในเกณฑ์มาตรฐาน คือ 170 ซม. แต่หากคนในบ้านเฉลี่ยสูงกันกว่านั้น เช่น สูงประมาณ 180 ซม. เป็นหลัก (ผมเคยเจอมาแล้วครับ สูงกันทั้งบ้านเลยครับ ทั้งคุณสามี คุณภรรยา และคุณลูกๆ วันรุ่นด้วย) หากเป็นเช่นนั้นก็ควรจะทำให้เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าสูงสักหน่อย หรือกรณีส่วน Shower ก็อาจจะต้องทำให้กว้างกว่าปรกติสักเล็กน้อย ซึ่งอาจต้องออกแบบให้กว้างถึง 1.50 เมตร ก็ได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานตอนสระผม หรือเพดานห้องก็อาจจะต้องสูงกว่าปรกติสักหน่อย เช่น สูง 2.80 เมตร แทนที่จะเป็น 2.40 เมตร เป็นต้น

พูดถึงกรณีเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้านี้ ผมเคยเจออีกกรณีหนึ่ง ในการออกแบบโรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่ง ซึ่งทาง Hotel Operator (แปลว่าผู้บริหารจัดการโรงแรมนะครับ ไม่ใช่คนต่อโทรศัพท์ในโรงแรม ฮ่าๆ..) เขากำหนดไว้เลยว่าห้องน้ำผู้หญิงในส่วน Public นั้นเคาน์เตอร์ต้องสูง 87 ซม. ส่วนของผู้ชายให้สูง 82 ซม. ทีมสถาปนิกก็มองหน้ากันไปกันมา ทาง Hotel Operator เขาก็บอกว่าเหตุที่เขากำหนดเช่นนั้นเพราะคนที่จะใช้บริการส่วนใหญ่เป็นคนยุโรปซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ และผู้หญิงส่วนใหญ่จะใส่รองเท้าส้นสูง (ถึงสูงมาก)

สถาปนิกบางท่านก็ลืมเลือนเรื่อง Human Scale ไป ถึงขนาดเอาตัวเองเป็นหลักมาตรฐานในการเสวนากับลูกค้าจนลืมตัว เถียงกับลูกค้าคอเป็นเอ็นว่าบ้านที่ออกแบบให้ลูกค้าน่ะเพดานไม่เตี้ยแล้วนะ ระยะจากพื้นถึงฝ้าตั้ง 2.40 เมตร แน่ะ สูงกว่านั้นมันจะทำให้เสียสัดส่วนนะครับไม่สวยหรอกครับ (คงจะหมายถึงรูปด้านข้างนอก) ลูกค้าซึ่งสูงประมาณ 190 กว่า ซม. ก็ถลึงตาใส่ท่านสถาปนิกใหญ่ที่สูงเพียง 145 ซม. ว่า “ก็นี่มันบ้านผมนี่หว่า ทั้งผมทั้งลูกผมแค่ยืดมือก็แตะถึงเพดานแล้วง่ะ จะขอให้สูงอีกหน่อยมันจะไม่ได้หรืออย่างไร แล้วประตูน่ะก็ขอให้สูงสัก 2.20 เมตร ด้วยนะครับ แค่ 2.00 เมตรไม่เอานะครับ เดินแล้วมันเสียวจะชนหัวทุกทีไป”

อีกกรณีหนึ่ง เป็นเรื่องที่สถาปนิกบางท่านอาจเห็นว่าเป็นเรื่องงมงาย คือเวลาหมอดูฮวงจุ้ยมากำหนดขนาดของประตูหลักที่เข้าบ้าน แล้วก็ทำการ “ผูกดวง” ให้เข้ากับ “เจ้าบ้านหรือหัวหน้าครอบครัว” ซึ่งอันที่จริงแล้วก็คือเขาดูขนาดร่างกายของเจ้าของบ้าน แล้วก็ประมาณการเอามาใช้กับขนาดประตูเพื่อให้เจ้าบ้านเข้าออกได้สะดวกสบาย เมื่อสะดวกสบายแล้วทำอะไรก็รุ่งเรื่องนั่นเองครับ (อันนี้เรียกว่ามองในแง่ดี สถาปนิกพยายามอะลุ้มอล่วยเข้าใจเรื่องฮวงจุ้ย แต่คนที่ “ทำตัวเป็นซินแส” บางคนมันก็ช่างน่า…เสียจริงๆ นิ)

นี่ก็เป็นเรื่องที่อยากจะย้ำเตือน หรือกระตุ้นให้ท่านสถาปนิกบางท่านที่ลืมๆ เลือนๆ ไปแล้วว่าสมัยเรียนนั้น เราเรียนกันเรื่อง Human Scale กันมาแทบเป็นแทบตาย (หวังว่าหลักสูตรสมัยนี้ยังมีสอนกันทุกมหาวิทยาลัยนะครับ) แล้วพอประกอบวิชาชีพจริงก็ไม่ได้เอามาประยุกต์ใช้กันให้เกิดประโยชน์ ผมจึงอยากให้ท่านที่ลืมเลือนไปหันกลับมามอง Basic Design Criteria ในเรื่องนี้กันบ้างครับ เพื่อประโยชน์สุขของลูกค้าอันเป็นที่รักยิ่งของสถาปนิกเราทุกคนครับ

 

โดย...อนุชา ตั้งศรีวิริยะกุล สสถ.1327 

สถาปนิก..กับ สัดส่วนของเจ้าของบ้าน
Jun 21,2018

อ้าว..อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดเป็นอื่นนะครับว่านายอนุชาเปี๊ยนไป๋

เอาเรื่องอะไรมาพูดซะแหล่ว !! “สัดส่วนของเจ้าของบ้าน” ที่ผมกำลังจะพูดถึงก็คือ Human Scale ของเจ้าของบ้านน่ะครับ

ปัจจุบันต้องยอมรับอย่างว่า “มนุษย์” เรามีรูปร่างที่เปลี่ยนไปจริงๆ ครับ ไม่เฉพาะคนไทย แต่รวมถึงประชากรทั้งโลก เพราะเมื่อสักประมาณสองปีก่อนผมได้ฟังข่าวจากทางวิทยุว่าวงการแฟชั่นหรือวงการเสื้อผ้าของโลกเขากำลังทำวิจัยขนาดเสื้อผ้ากันใหม่หมดสำหรับยุค 2000 เพราะรูปร่างสัดส่วนของคนเราเปลี่ยนไป

สถาปนิกบางท่านอาจลืมเลือนไปแล้วว่าสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะงานบ้านนั้น มีความสัมพันธ์กับสัดส่วนของเจ้าของบ้านเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหากสถาปนิกไปยึดเอาสัดส่วนมาตรฐานหรือแม้กระทั่งสัดส่วนของสถาปนิกเองเป็นเกณฑ์ในการกำหนดขนาดสัดส่วนต่างๆ ของบ้าน ก็อาจมีผลทำให้เจ้าของบ้าน “รู้สึก” ไม่สะดวกสบายได้

ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ความสูงของเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า สมมติว่าเราใช้ความสูงมาตรฐานประมาณ 80 ซม. เป็นเกณฑ์ก็อาจจะเหมาะกับเจ้าของบ้านที่มีความสูงเฉลี่ยในเกณฑ์มาตรฐาน คือ 170 ซม. แต่หากคนในบ้านเฉลี่ยสูงกันกว่านั้น เช่น สูงประมาณ 180 ซม. เป็นหลัก (ผมเคยเจอมาแล้วครับ สูงกันทั้งบ้านเลยครับ ทั้งคุณสามี คุณภรรยา และคุณลูกๆ วันรุ่นด้วย) หากเป็นเช่นนั้นก็ควรจะทำให้เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าสูงสักหน่อย หรือกรณีส่วน Shower ก็อาจจะต้องทำให้กว้างกว่าปรกติสักเล็กน้อย ซึ่งอาจต้องออกแบบให้กว้างถึง 1.50 เมตร ก็ได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานตอนสระผม หรือเพดานห้องก็อาจจะต้องสูงกว่าปรกติสักหน่อย เช่น สูง 2.80 เมตร แทนที่จะเป็น 2.40 เมตร เป็นต้น

พูดถึงกรณีเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้านี้ ผมเคยเจออีกกรณีหนึ่ง ในการออกแบบโรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่ง ซึ่งทาง Hotel Operator (แปลว่าผู้บริหารจัดการโรงแรมนะครับ ไม่ใช่คนต่อโทรศัพท์ในโรงแรม ฮ่าๆ..) เขากำหนดไว้เลยว่าห้องน้ำผู้หญิงในส่วน Public นั้นเคาน์เตอร์ต้องสูง 87 ซม. ส่วนของผู้ชายให้สูง 82 ซม. ทีมสถาปนิกก็มองหน้ากันไปกันมา ทาง Hotel Operator เขาก็บอกว่าเหตุที่เขากำหนดเช่นนั้นเพราะคนที่จะใช้บริการส่วนใหญ่เป็นคนยุโรปซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ และผู้หญิงส่วนใหญ่จะใส่รองเท้าส้นสูง (ถึงสูงมาก)

สถาปนิกบางท่านก็ลืมเลือนเรื่อง Human Scale ไป ถึงขนาดเอาตัวเองเป็นหลักมาตรฐานในการเสวนากับลูกค้าจนลืมตัว เถียงกับลูกค้าคอเป็นเอ็นว่าบ้านที่ออกแบบให้ลูกค้าน่ะเพดานไม่เตี้ยแล้วนะ ระยะจากพื้นถึงฝ้าตั้ง 2.40 เมตร แน่ะ สูงกว่านั้นมันจะทำให้เสียสัดส่วนนะครับไม่สวยหรอกครับ (คงจะหมายถึงรูปด้านข้างนอก) ลูกค้าซึ่งสูงประมาณ 190 กว่า ซม. ก็ถลึงตาใส่ท่านสถาปนิกใหญ่ที่สูงเพียง 145 ซม. ว่า “ก็นี่มันบ้านผมนี่หว่า ทั้งผมทั้งลูกผมแค่ยืดมือก็แตะถึงเพดานแล้วง่ะ จะขอให้สูงอีกหน่อยมันจะไม่ได้หรืออย่างไร แล้วประตูน่ะก็ขอให้สูงสัก 2.20 เมตร ด้วยนะครับ แค่ 2.00 เมตรไม่เอานะครับ เดินแล้วมันเสียวจะชนหัวทุกทีไป”

อีกกรณีหนึ่ง เป็นเรื่องที่สถาปนิกบางท่านอาจเห็นว่าเป็นเรื่องงมงาย คือเวลาหมอดูฮวงจุ้ยมากำหนดขนาดของประตูหลักที่เข้าบ้าน แล้วก็ทำการ “ผูกดวง” ให้เข้ากับ “เจ้าบ้านหรือหัวหน้าครอบครัว” ซึ่งอันที่จริงแล้วก็คือเขาดูขนาดร่างกายของเจ้าของบ้าน แล้วก็ประมาณการเอามาใช้กับขนาดประตูเพื่อให้เจ้าบ้านเข้าออกได้สะดวกสบาย เมื่อสะดวกสบายแล้วทำอะไรก็รุ่งเรื่องนั่นเองครับ (อันนี้เรียกว่ามองในแง่ดี สถาปนิกพยายามอะลุ้มอล่วยเข้าใจเรื่องฮวงจุ้ย แต่คนที่ “ทำตัวเป็นซินแส” บางคนมันก็ช่างน่า…เสียจริงๆ นิ)

นี่ก็เป็นเรื่องที่อยากจะย้ำเตือน หรือกระตุ้นให้ท่านสถาปนิกบางท่านที่ลืมๆ เลือนๆ ไปแล้วว่าสมัยเรียนนั้น เราเรียนกันเรื่อง Human Scale กันมาแทบเป็นแทบตาย (หวังว่าหลักสูตรสมัยนี้ยังมีสอนกันทุกมหาวิทยาลัยนะครับ) แล้วพอประกอบวิชาชีพจริงก็ไม่ได้เอามาประยุกต์ใช้กันให้เกิดประโยชน์ ผมจึงอยากให้ท่านที่ลืมเลือนไปหันกลับมามอง Basic Design Criteria ในเรื่องนี้กันบ้างครับ เพื่อประโยชน์สุขของลูกค้าอันเป็นที่รักยิ่งของสถาปนิกเราทุกคนครับ

 

โดย...อนุชา ตั้งศรีวิริยะกุล สสถ.1327