ALL
NEWS
BLOG
EVENT

สถาปนิก...กับ “การบัญชีและการเงิน”
Jul 31,2018


ผมจะพยายามนำเสนอเพื่อให้ท่านสถาปนิกเข้าใจในเรื่องการบัญชีและการเงิน (ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันนะครับ ค่อยๆ ทำความเข้าใจกันต่อไปครับ) แบบ “นักบริหาร” คือ “อ่าน” และ “เข้าใจ” ข้อมูลทางการบัญชี เฉพาะส่วนที่จะจำเป็นเพื่อนำไปใช้ “วางแผน” เรื่อง “การเงิน” ได้ (หรืออาจเรียกว่า “การเงินสำหรับนักบริหาร” -Managerial Accounting) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการจัดการทั้งเรื่องการวางแผนด้านการเงิน นโยบายการจัดการ บริหารสำนักงานหรือทีมงาน และรวมถึงการวางแผนงานในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องงานออกแบบด้วย

ข้อมูลด้านการบัญชีที่ดี จะบอกให้เราจะรู้ว่าในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า เราจะมีเงินในกระเป๋าเท่าไร ต้องจ่ายอะไร เราจะรู้ว่าเราควรเรียกเก็บเงินลูกค้าให้ได้ภายในกำหนดเวลาอย่างไร ไม่ใช่ล้วงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วไม่มีเงินก็ค่อยคิดว่าจะเรียกเก็บเงินลูกค้า หรือคิดว่ามีเงินในกระเป๋าเท่าไรก็ยังเป็นเงินของเราเท่านั้น (พี่นักบริหารที่สนิทกับผมเขาเรียกแบบที่ว่านี้เป็นแบบ “อาแป๊ะขายข้าวมันไก่” ซึ่งผมว่าได้อารมณ์และเห็นภาพชัดมากเลยครับ) หรือลืมคิดว่าเราเป็นลูกหนี้ติดค้างยังไม่ได้จ่ายวิศวกรอยู่อีกเท่าไร หรือมีหนี้ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอีกเท่าไรก็ไม่ทราบ ซึ่งหากมองย้อนไปในช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2538-2540 สำนักงานสถาปนิกส่วนหนี่งจะมีพฤติกรรมด้านการเงินอย่างที่ผมว่ามา และด้วยการขาดการคาดการณ์ล่วงหน้าและการวางแผนการเงินที่ดี ก็ทำให้หลายๆ บริษัทต้องปิดตัวไป

ที่ผมว่าเรื่องการบัญชีและการเงินนี้มีความสำคัญทั้งสำหรับบริษัทสถาปนิก และสถาปนิกอิสระ เพราะหากท่านสถาปนิกไม่เข้าใจและไม่มองภาพรวมการเงินให้ออก ก็อาจจะมีผลกระทบด้านลบทั้งต่อบริษัทสถาปนิกหรือตัวสถาปนิกอิสระเอง และต่อเพื่อนร่วมงานอื่นๆ เช่น ทีมงานวิศวกร ด้วย ตัวอย่างเช่น หากท่านเห็นภาพการเงินในอนาคต โดยการทำคาดการณ์กระแสเงินในอนาคต (Cash Flow Projection) ล่วงหน้าสัก 3-6 เดือน ท่านก็อาจจะวางแผนได้ว่าจะต้องจัดการปิดงานหรือส่งงานที่กำลังถืออยู่ในมือนั้นอย่างไร หรือท่านควรจะต้องเร่งปิดสัญญาเพื่อให้ได้งานเข้ามาอย่างเคร่งเครียดแค่ไหน หรืออีกกรณี คือ ท่านมีหนี้ที่ต้องตามจากเก็บลูกค้าอีกกี่ราย จะทันใช้งานหรือไม่ แล้วหากเรียกเก็บเงินไม่ทันเราจะต้องไปกู้เงินที่ไหนมาชั่วคราว (เช่น กู้จากสถาบันการเงิน หรือ บางท่านก็กู้จากภรรยามาจ่ายลูกน้องก่อน…หลายท่านอ่านแล้ว “ยิ้ม” เพราะคุ้นๆ ใช่ไหมครับ)

ผมขอย้ำครับว่าเรื่องการบัญชีและการเงินไม่ได้สำคัญแต่เฉพาะสำหรับสำนักงานสถาปนิกครับ แต่แม้กระทั่งสถาปนิกอิสระก็สำคัญ เพราะหากท่านเข้าใจเรื่องนี้แบบ “นักบริหาร” โดย “รู้และเข้าใจ” ข้อมูลทางการบัญชี ท่านก็จะวางแผนการเงินและการทำงานได้ดีขึ้น และถือเป็นเรื่องสำคัญที่มีส่วนให้ท่านสามารถที่จะนำพาบริษัท หรือตัวท่านสถาปนิกอิสระเอง ได้ปฏิบัติวิชาชีพอย่างยั่งยืน ไม่แพ้ความรู้ความสามารถในงานออกแบบครับ

สถาปนิก...กับ “การบัญชีและการเงิน”
Jul 31,2018

ผมจะพยายามนำเสนอเพื่อให้ท่านสถาปนิกเข้าใจในเรื่องการบัญชีและการเงิน (ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันนะครับ ค่อยๆ ทำความเข้าใจกันต่อไปครับ) แบบ “นักบริหาร” คือ “อ่าน” และ “เข้าใจ” ข้อมูลทางการบัญชี เฉพาะส่วนที่จะจำเป็นเพื่อนำไปใช้ “วางแผน” เรื่อง “การเงิน” ได้ (หรืออาจเรียกว่า “การเงินสำหรับนักบริหาร” -Managerial Accounting) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการจัดการทั้งเรื่องการวางแผนด้านการเงิน นโยบายการจัดการ บริหารสำนักงานหรือทีมงาน และรวมถึงการวางแผนงานในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องงานออกแบบด้วย

ข้อมูลด้านการบัญชีที่ดี จะบอกให้เราจะรู้ว่าในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า เราจะมีเงินในกระเป๋าเท่าไร ต้องจ่ายอะไร เราจะรู้ว่าเราควรเรียกเก็บเงินลูกค้าให้ได้ภายในกำหนดเวลาอย่างไร ไม่ใช่ล้วงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วไม่มีเงินก็ค่อยคิดว่าจะเรียกเก็บเงินลูกค้า หรือคิดว่ามีเงินในกระเป๋าเท่าไรก็ยังเป็นเงินของเราเท่านั้น (พี่นักบริหารที่สนิทกับผมเขาเรียกแบบที่ว่านี้เป็นแบบ “อาแป๊ะขายข้าวมันไก่” ซึ่งผมว่าได้อารมณ์และเห็นภาพชัดมากเลยครับ) หรือลืมคิดว่าเราเป็นลูกหนี้ติดค้างยังไม่ได้จ่ายวิศวกรอยู่อีกเท่าไร หรือมีหนี้ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอีกเท่าไรก็ไม่ทราบ ซึ่งหากมองย้อนไปในช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2538-2540 สำนักงานสถาปนิกส่วนหนี่งจะมีพฤติกรรมด้านการเงินอย่างที่ผมว่ามา และด้วยการขาดการคาดการณ์ล่วงหน้าและการวางแผนการเงินที่ดี ก็ทำให้หลายๆ บริษัทต้องปิดตัวไป

ที่ผมว่าเรื่องการบัญชีและการเงินนี้มีความสำคัญทั้งสำหรับบริษัทสถาปนิก และสถาปนิกอิสระ เพราะหากท่านสถาปนิกไม่เข้าใจและไม่มองภาพรวมการเงินให้ออก ก็อาจจะมีผลกระทบด้านลบทั้งต่อบริษัทสถาปนิกหรือตัวสถาปนิกอิสระเอง และต่อเพื่อนร่วมงานอื่นๆ เช่น ทีมงานวิศวกร ด้วย ตัวอย่างเช่น หากท่านเห็นภาพการเงินในอนาคต โดยการทำคาดการณ์กระแสเงินในอนาคต (Cash Flow Projection) ล่วงหน้าสัก 3-6 เดือน ท่านก็อาจจะวางแผนได้ว่าจะต้องจัดการปิดงานหรือส่งงานที่กำลังถืออยู่ในมือนั้นอย่างไร หรือท่านควรจะต้องเร่งปิดสัญญาเพื่อให้ได้งานเข้ามาอย่างเคร่งเครียดแค่ไหน หรืออีกกรณี คือ ท่านมีหนี้ที่ต้องตามจากเก็บลูกค้าอีกกี่ราย จะทันใช้งานหรือไม่ แล้วหากเรียกเก็บเงินไม่ทันเราจะต้องไปกู้เงินที่ไหนมาชั่วคราว (เช่น กู้จากสถาบันการเงิน หรือ บางท่านก็กู้จากภรรยามาจ่ายลูกน้องก่อน…หลายท่านอ่านแล้ว “ยิ้ม” เพราะคุ้นๆ ใช่ไหมครับ)

ผมขอย้ำครับว่าเรื่องการบัญชีและการเงินไม่ได้สำคัญแต่เฉพาะสำหรับสำนักงานสถาปนิกครับ แต่แม้กระทั่งสถาปนิกอิสระก็สำคัญ เพราะหากท่านเข้าใจเรื่องนี้แบบ “นักบริหาร” โดย “รู้และเข้าใจ” ข้อมูลทางการบัญชี ท่านก็จะวางแผนการเงินและการทำงานได้ดีขึ้น และถือเป็นเรื่องสำคัญที่มีส่วนให้ท่านสามารถที่จะนำพาบริษัท หรือตัวท่านสถาปนิกอิสระเอง ได้ปฏิบัติวิชาชีพอย่างยั่งยืน ไม่แพ้ความรู้ความสามารถในงานออกแบบครับ