ALL
NEWS
BLOG
EVENT

สถาปนิก...กับ “งบกำไรขาดทุน”
Sep 10,2018


งบกำไรขาดทุน เป็นงบการเงินที่สถาปนิกน่าจะเข้าใจได้ง่ายรองลงมาจากงบกระแสเงินสด เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกับงบกระแสเงินสด ค่อนข้างตรงไปตรงมาครับ
งบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement) เป็นงบการเงินที่แสดงผลการดำเนินงานของกิจการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยมีลักษณะที่แตกต่างจากงบกระแสเงินสด (ซึ่งเป็นตารางแสดงกระแสเงินสดไหลเข้าออก “อย่างต่อเนื่อง” ตามช่วงเวลาที่ต้องการดู) คือ งบกำไรขาดทุนจะเป็น “รายงานสรุป” รวบยอดให้เห็นสภาพของกิจการว่า “กำไรหรือขาดทุน” เฉพาะในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น รายเดือน รายไตรมาสหรือรอบปีบัญชี โดยจะแสดงรายได้ ค่าใช้จ่าย และ กำไร (หรือขาดทุน) สุทธิ ช่วยให้ท่านสถาปนิกได้ทราบว่าท่านมีรายได้จากอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง หรือผลกำไรหรือขาดทุนของกิจการนั้นมาส่วนใด เพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน และ คาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต

โครงสร้างของงบกำไรขาดทุนจะแยกแสดงรายได้ และค่าใช้จ่าย จากนั้นจึงค่อยนำรายได้ทั้งหมดหักด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมดทีเดียว แสดงเป็นกำไรหรือขาดทุนสุทธิในบรรทัดสุดท้าย จึงคิดว่าน่าจะเป็นงบการเงินที่ท่านสถาปนิกจะคุ้นเคย และเข้าใจได้ไม่ยากนักครับ

อย่างไรก็ตามงบกำไรขาดทุนจะไม่ได้แสดง “กระแสเงินสด” (Cash Flow) จริงๆ ในเวลานั้น เพราะงบกำไรขาดทุนที่ถูกต้องจะแสดงรายได้ทั้งที่ “ได้รับแล้ว” และ “เบิกจ่ายแล้วค้างรับ” กับค่าใช้จ่ายที่ทั้งที่ “จ่ายแล้ว” และที่ “ตั้งค้างจ่าย” (เช่น ค่าจ้างวิศวกร) ซึ่งเป็นประเด็นมุมมองทางด้านบัญชี ตัวอย่างเช่น ท่านสถาปนิกทำใบแจ้งหนี้ส่งให้ลูกค้า ในทางบัญชีเขาจะให้เป็น “การรับรู้รายได้” (ในเชิงตัวเลขไม่ใช่เงินสด) ในเดือนหรือปีนั้นๆ เช่น ส่งใบแจ้งหนี้ทำเรื่องเบิกจ่ายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 แล้วลูกค้าจ่ายเงินหรือเราได้รับเงินในเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 ตามรายงาน “งบกำไรขาดทุน” ก็จะเป็นการ “รับรู้รายได้” ในปี พ.ศ.2552 เลย ส่วนจะได้รับเงินในเดือนใดก็จะไม่มีผลกระทบต้องแจ้งในงบกำไรขาดทุนซ้ำอีก แต่เงินดังกล่าวที่ได้รับในเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 จะแสดงเป็น “เงินเข้า” (Cash-in Flow) สำหรับงบกระแสเงินสดครับ

สถาปนิก...กับ “งบกำไรขาดทุน”
Sep 10,2018

งบกำไรขาดทุน เป็นงบการเงินที่สถาปนิกน่าจะเข้าใจได้ง่ายรองลงมาจากงบกระแสเงินสด เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกับงบกระแสเงินสด ค่อนข้างตรงไปตรงมาครับ
งบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement) เป็นงบการเงินที่แสดงผลการดำเนินงานของกิจการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยมีลักษณะที่แตกต่างจากงบกระแสเงินสด (ซึ่งเป็นตารางแสดงกระแสเงินสดไหลเข้าออก “อย่างต่อเนื่อง” ตามช่วงเวลาที่ต้องการดู) คือ งบกำไรขาดทุนจะเป็น “รายงานสรุป” รวบยอดให้เห็นสภาพของกิจการว่า “กำไรหรือขาดทุน” เฉพาะในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น รายเดือน รายไตรมาสหรือรอบปีบัญชี โดยจะแสดงรายได้ ค่าใช้จ่าย และ กำไร (หรือขาดทุน) สุทธิ ช่วยให้ท่านสถาปนิกได้ทราบว่าท่านมีรายได้จากอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง หรือผลกำไรหรือขาดทุนของกิจการนั้นมาส่วนใด เพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน และ คาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต

โครงสร้างของงบกำไรขาดทุนจะแยกแสดงรายได้ และค่าใช้จ่าย จากนั้นจึงค่อยนำรายได้ทั้งหมดหักด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมดทีเดียว แสดงเป็นกำไรหรือขาดทุนสุทธิในบรรทัดสุดท้าย จึงคิดว่าน่าจะเป็นงบการเงินที่ท่านสถาปนิกจะคุ้นเคย และเข้าใจได้ไม่ยากนักครับ

อย่างไรก็ตามงบกำไรขาดทุนจะไม่ได้แสดง “กระแสเงินสด” (Cash Flow) จริงๆ ในเวลานั้น เพราะงบกำไรขาดทุนที่ถูกต้องจะแสดงรายได้ทั้งที่ “ได้รับแล้ว” และ “เบิกจ่ายแล้วค้างรับ” กับค่าใช้จ่ายที่ทั้งที่ “จ่ายแล้ว” และที่ “ตั้งค้างจ่าย” (เช่น ค่าจ้างวิศวกร) ซึ่งเป็นประเด็นมุมมองทางด้านบัญชี ตัวอย่างเช่น ท่านสถาปนิกทำใบแจ้งหนี้ส่งให้ลูกค้า ในทางบัญชีเขาจะให้เป็น “การรับรู้รายได้” (ในเชิงตัวเลขไม่ใช่เงินสด) ในเดือนหรือปีนั้นๆ เช่น ส่งใบแจ้งหนี้ทำเรื่องเบิกจ่ายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 แล้วลูกค้าจ่ายเงินหรือเราได้รับเงินในเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 ตามรายงาน “งบกำไรขาดทุน” ก็จะเป็นการ “รับรู้รายได้” ในปี พ.ศ.2552 เลย ส่วนจะได้รับเงินในเดือนใดก็จะไม่มีผลกระทบต้องแจ้งในงบกำไรขาดทุนซ้ำอีก แต่เงินดังกล่าวที่ได้รับในเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 จะแสดงเป็น “เงินเข้า” (Cash-in Flow) สำหรับงบกระแสเงินสดครับ