ALL
NEWS
BLOG
EVENT

สถาปนิก…กับ การ “หักภาษี ณ ที่จ่าย”
Dec 03,2018


กฎหมายได้กำหนดให้ “ผู้จ่ายเงิน” ซึ่งเป็นนิติบุคคลมีหน้าที่ที่ต้องทำการ “หักภาษี ณ ที่จ่าย” ทุกครั้งที่มีการจ่ายเงิน โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือป้องกันไม่ให้ผู้มีเงินได้ (หรือ “ผู้รับเงิน”) หลีกเลี่ยงหรือหลบหนีการเสียภาษี และทำให้ผู้มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีไม่ต้องแบกภาระมากจนเกินไปในครั้งเดียว ซึ่งภาษีที่ถูกหักไว้นี้ กฎหมายให้ถือเป็นเครดิตภาษี นำไปหักจากภาษีเงินได้ประจำปีของผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ด้วย

ตัวอย่างเช่น เมื่อสถาปนิกมีการเรียกเก็บเงินและรับเงินจากลูกค้าที่เป็นบริษัทเมื่อใดก็ตาม ทางลูกค้าจะต้องมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อนำส่งให้กับกรมสรรพากรในอัตราร้อยละ 3 ของเงินที่ลูกค้าชำระให้เรา เช่น เราเรียกเก็บลูกค้า 10,000 บาท ลูกค้าก็จะหักไว้ร้อยละ 3 หรือ 300 บาท แล้วชำระให้เราเป็นเงิน 9,700 บาท โดยทางลูกค้าก็จะต้องนำส่งเงินของสถาปนิกที่หักไว้นี้ให้กับกรมสรรพากรต่อไป และทางสถาปนิกเองก็สามารถนำเงินภาษีที่ถูกหักไว้แล้วนั้นไปเป็นเครดิตภาษีรวมกับเงินภาษีที่คำนวณได้ตอนปลายปี เช่น ปลายปีคำนวณได้ว่าต้องจ่ายภาษีรวม 5,000 บาท ก็สามารถนำเอาภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ 300 บาท นั้นมาเครดิตได้ จึงเป็นเงินที่จะต้องจ่ายเพิ่มอีกเพียง 4,700 บาทเท่านั้น

ในทางกลับกัน หากบริษัทสถาปนิก (หรือบริษัทใดๆ) จะจ่ายเงินให้กับผู้ใดก็ตาม บริษัทสถาปนิกเองก็มีหน้าที่ที่จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เพื่อนำส่งต่อกรมสรรพากรต่อไปด้วย หากบริษัทจ่ายเงินโดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ หรือไม่นำส่งภาษี ณ ที่จ่ายที่ได้หักไว้ในแต่ละเดือน บริษัทก็จะมีโทษและถูกปรับด้วยครับ

สถาปนิก…กับ การ “หักภาษี ณ ที่จ่าย”
Dec 03,2018

กฎหมายได้กำหนดให้ “ผู้จ่ายเงิน” ซึ่งเป็นนิติบุคคลมีหน้าที่ที่ต้องทำการ “หักภาษี ณ ที่จ่าย” ทุกครั้งที่มีการจ่ายเงิน โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือป้องกันไม่ให้ผู้มีเงินได้ (หรือ “ผู้รับเงิน”) หลีกเลี่ยงหรือหลบหนีการเสียภาษี และทำให้ผู้มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีไม่ต้องแบกภาระมากจนเกินไปในครั้งเดียว ซึ่งภาษีที่ถูกหักไว้นี้ กฎหมายให้ถือเป็นเครดิตภาษี นำไปหักจากภาษีเงินได้ประจำปีของผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ด้วย

ตัวอย่างเช่น เมื่อสถาปนิกมีการเรียกเก็บเงินและรับเงินจากลูกค้าที่เป็นบริษัทเมื่อใดก็ตาม ทางลูกค้าจะต้องมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อนำส่งให้กับกรมสรรพากรในอัตราร้อยละ 3 ของเงินที่ลูกค้าชำระให้เรา เช่น เราเรียกเก็บลูกค้า 10,000 บาท ลูกค้าก็จะหักไว้ร้อยละ 3 หรือ 300 บาท แล้วชำระให้เราเป็นเงิน 9,700 บาท โดยทางลูกค้าก็จะต้องนำส่งเงินของสถาปนิกที่หักไว้นี้ให้กับกรมสรรพากรต่อไป และทางสถาปนิกเองก็สามารถนำเงินภาษีที่ถูกหักไว้แล้วนั้นไปเป็นเครดิตภาษีรวมกับเงินภาษีที่คำนวณได้ตอนปลายปี เช่น ปลายปีคำนวณได้ว่าต้องจ่ายภาษีรวม 5,000 บาท ก็สามารถนำเอาภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ 300 บาท นั้นมาเครดิตได้ จึงเป็นเงินที่จะต้องจ่ายเพิ่มอีกเพียง 4,700 บาทเท่านั้น

ในทางกลับกัน หากบริษัทสถาปนิก (หรือบริษัทใดๆ) จะจ่ายเงินให้กับผู้ใดก็ตาม บริษัทสถาปนิกเองก็มีหน้าที่ที่จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เพื่อนำส่งต่อกรมสรรพากรต่อไปด้วย หากบริษัทจ่ายเงินโดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ หรือไม่นำส่งภาษี ณ ที่จ่ายที่ได้หักไว้ในแต่ละเดือน บริษัทก็จะมีโทษและถูกปรับด้วยครับ